สกู๊ปพิเศษ » ข่วงพระเจ้าล้านนา.. ศูนย์กลางเผยแพร่พุทธศาสนาและสืบสานภูมิปัญญาล้านนา

ข่วงพระเจ้าล้านนา.. ศูนย์กลางเผยแพร่พุทธศาสนาและสืบสานภูมิปัญญาล้านนา

8 มกราคม 2024
291   0

Spread the love

บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ ปากทางห้วยตึงเฒ่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ตั้งของข่วงพระเจ้าล้านนา หรือพุทธมณฑลล้านนาของจังหวัดเชียงใหม่ โดยอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ประธานมูลนิธิอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศและคณะศิษยานุศิษย์ สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่พุทธศาสนาและสืบสานภูมิปัญญาล้านนา  ซึ่งภายในข่วงพระเจ้าล้านนาแห่งนี้มีพระพุทธรูปปางพิชิตมาร หน้าตัก 99 นิ้ว เพื่อปราบมารที่มาในรูปแบบต่างๆและพระบริวารประจำวันเกิด 409 องค์ 9 ปาง นอกจากนี้ยังมีพุทธมหาเจดีย์ข่วงพระเจ้าล้านนาที่มีรอยพระพุทธบาทสี่รอยจำลองประดิษฐานอยู่ภายใน  รวมทั้งสังเวชนียสถานสี่ตำบล สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน แสดงปฐมเทศนาอันมีพระประธานในแต่ละปางประทับอยู่ และศาลาธรรมที่เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมประดิษฐานพระเจ้าทันใจหน้าตัก 59 นิ้ว หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์รมดำ เป็นพระประธานที่สร้างเร็วที่สุดในโลกก็ว่าได้ ใช้เวลาเพียง 7 วัน หากใครมีโอกาสเข้ามากราบไหว้มักจะได้สิ่งที่ปรารถนารวดเร็วทันใจ  สำหรับเฮือนผญาปัญญานั้นสร้างขึ้นมาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวบ้านในอดีต โดยนำเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่สนใจศึกษาเรียนรู้ภูมิปัญญาล้านนาที่อาจจะเลือนหายไป เช่น พิธีสืบชะตา มัดมือฮ้องขวัญ ตานก๋วยสลาก อาหารพื้นบ้านและยาสมุนไพรไทยพื้นถิ่น เป็นต้น

ที่ผ่านมามูลนิธิอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ มูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา ได้ดำเนินกิจกรรมหนุนเสริมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานเตรียมเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ทางด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและสันติภาพ ต่อองค์การยูเนสโก ในสาขาวัฒนธรรมที่สร้างความสงบสุขอันนำไปสู่สันติภาพ ร่วมกับโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนภาคเหนือ (ตอนบน) เพื่อสืบสานศาสนา  รักษาแผ่นดิน ตามปณิธานที่มุ่งมั่น  โดยราวปีพุทธศักราช  2551  ดร.ดิเรก  ก้อนกลีบ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน (ขณะนั้น) ได้เข้ามาปรึกษาหารือ การสร้างองค์ครูบาศรีวิชัยเจ้า (หรือต๋นบุญล้านนา) พระอริยสงฆ์ผู้มีส่วนสืบสานจรรโลงพระพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนและบุคคลทุกหมู่เหล่าเลื่อมใส โดยกำหนดให้มีการสร้างองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัยให้มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ไว้ที่บริเวณหน้าวัดดอยติ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน อาจารย์วารินทร์  บัววิรัตน์เลิศ  เป็นประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ในวันที่  27 มิถุนายน  2551 ซึ่งอาจารย์วารินทร์  บัววิรัตน์เลิศ เป็นผู้มีความศรัทธาและเลื่อมใสในวัตรปฏิบัติ และปฎิปทาองค์ครูบาท่านฯเป็นอย่างมาก จึงรับเป็นประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ตามกำหนดรวมถึงมีส่วนนำศิษยานุศิษย์ เข้าร่วมดำเนินการก่อสร้างองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย  ที่มีขนาดหน้าตักกว้าง 18    เมตร สูง 21 เมตร ใช้เวลาในการก่อสร้าง 4 ปี ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2551 – มกราคม 2555  ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มีการหาแนวทางที่จะยกย่องครูบาเจ้าศรีวิชัยให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ประกอบกับชาวจังหวัดลำพูน และคณะสงฆ์ สมาคมชาวลำพูน สภาวัฒนธรรมลำพูน มูลนิธิครูบาเจ้าศรีวิชัย  องค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ มีกำหนดการว่าในเดือนตุลาคม 2569 จะต้องยกร่างฉบับสมบูรณ์ยื่นเสนอต่อองค์การยูเนสโก  เพื่อให้พิจารณาประกาศยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก และจะได้ร่วมจัดพิธีการเฉลิมฉลองในวาระ ครบรอบ 150 ปี ชาตกาล ครูบาเจ้าศรีวิชัยในปี พ.ศ. 2571

โดยแบบเสนอคำขอเพื่อเสนอชื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก (ANNEX II ) มีประเด็นที่เป็นหัวใจของการเสนอขอ คือ  ต้องมีการเผยแพร่จริยวัตร  ปฏิปทา รวมถึงการนำบทบารมี 30 ทัศ อันเป็น คุณสมบัติของพระโพธิสัตว์ตามคติเถรวาท  เป็นการบำเพ็ญบารมีทั้งหมด 10 ข้อ ได้แก่ ทานบารมี  สีละบารมี  เนกขัมมบารมี  ปัญญาบารมี วิริยะบารมี  ขันติบารมี  สัจจบารมี  อธิษฐานบารมี  เมตตาบารมี  และอุเบกขาบารมี   คำว่า “30 ทัศ” นั้น มีที่มาจากการบำเพ็ญบารมีจะต้องบำเพ็ญ  3 ระดับ ได้แก่ ระดับต้น (10) ระดับกลาง (10) และระดับ สูงสุดอีก (10) รวมเป็น บารมี  30  ประการ

มูลนิธิอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ  มูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา  ได้ดำเนินการหล่อองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัยและเหรียญบูชา พร้อมประกอบพิธีเถราภิเษกและปลุกเสก ในวันที่  29 กรกฎาคม  2566 รวมถึงให้มีการประสานงานจัดคัดลอก ขั้นตอนบูชาพระรัตนตรัยตามวิถีพุทธ  และพระคาถาบารมี 30 ทัศ โดยทำการแปลเป็นภาษาล้านนา  ภาษาเมียนมาร์ (ปะโอ) ภาษาไทใหญ่ (ไต) ภาษากะเหรี่ยง  ภาษาอังกฤษ  และภาษาจีน โดยจัดทำเป็นคลิปตัวอย่างการบูชาคุณพระรัตนตรัย และคาถาบารมี  30  ทัศ  ให้เป็นภาษาต่าง ๆ

         พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร รองเจ้าคณะภาค 7  เป็นองค์สวดด้วยภาษาบาลีแปลด้วยภาษาจีน  พร้อมคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษาไทย ภาษาจีนและภาษาอังกฤษ

พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระเทพรัตนนายกเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เป็นองค์สวดด้วยภาษาบาลี พร้อมคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษาล้านนาและสวดหมู่ด้วยภาษาบาลีพร้อมคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษาอังกฤษ

พระครูประภัศร์ธรรมรังษี  (ครูบาจันทรังษี)  เจ้าอาวาสวัดกู่เต้า  อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นองค์สวดด้วยภาษาบาลี พร้อมคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษาไทใหญ่ (ไต)

พระครูปลัดวินัย อภินนฺโท เจ้าอาวาสวัดบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน  เป็นองค์สวดด้วยภาษาบาลี พร้อมคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษากะเหรี่ยง

พระสมุห์อานนท์ (ปู่อ้าย) เจ้าอาวาสวัดหนองคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นองค์สวดด้วย ภาษาบาลี พร้อมคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษาเมียนมาร์ (ปะโอ)

โดยมี พระ Narandawamsa หรือ พระหน่อคำ วัดสุวรรณาราม อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นผู้ร่วมดำเนินการถ่ายทำร่วมกับ ดร.กิตติพัฒน์  สุวรรณชิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเชียงใหม่ได้จัดบันทึกคำบรรยายใต้ภาพด้วยภาษาต่างๆ( ที่แปล )เพื่อนำไปเผยแพร่และประดิษฐานในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก  รวมถึงการประสานงานกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จัดทำกรอบแนวทางการนำไปประดิษฐานเพื่อการติดตามและเก็บข้อมูลทั้ง 10 จังหวัด (ภาคเหนือ) ระดับประเทศ และการเผยแพร่เกียรติคุณไปยังต่างประเทศอันจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งให้คณะทำงานฝ่าวิชาการได้นำไป ประกอบการยกร่างข้อเสนอด้วยกระบวนการวิจัยที่สอดคล้องกับแบบเสนอ (ANNEX II) ที่องค์การยูเนสโกกำหนด

ในส่วนของคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนภาคเหนือ (ตอนบน)  ได้นำเรื่องนี้ไปกราบนมัสการหารือพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร   รองเจ้าคณะภาค 7 ซึ่งท่านเป็นผู้มีสุปฏิปัณโณสูงสุดท่านหนึ่งในภูมิภาคนี้ ท่านดูแลคณะสงฆ์ ทำนุบำรุงศาสนา ศาสนสถานและสังคม ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมากมายกว้างขวาง สามารถช่วยดูแลปกครอง ศาสนจักรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี สงบ เรียบร้อย และเมตตา ให้ข้อชี้แนะและแนวทางที่ดียิ่ง ต่อการดำเนินการเผยแพร่เกียรติคุณของครูบาเจ้าศรีวิชัยมาโดยตลอด  ท่านให้ความเมตตาเป็นประธานร่วมประกอบพิธีเถราภิเษก ปลุกเสกองค์ครูบาฯ และเมตตาประสานให้ทางคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบ ประชาชนภาคเหนือ (ตอนบน)  นำชุดเผยแพร่ประกาศเกียรติคุณครูบาเจ้าวิชัย จำนวน 12 ชุด  ที่อาจารย์วารินทร์  บัววิรัตน์เลิศและลูกศิษย์สร้างนำมามอบถวายแด่พระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารยกรรมการมหาเถรสมาคม อธิบดีสงฆ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม  ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ  ประธานคณะกรรมการอบรมประชาชนกลาง เพื่อโปรดเมตตาพิจารณามอบให้วัดไทย ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส และประเทศเยอรมนี ตามที่ท่านเจ้าประคุณจะเห็นสมควร

ที่สำคัญได้ประสานนำคณะกลุ่มบุคคลที่จะเป็นตัวแทนเสมือนธรรมทูต ประกาศเกียรติคุณของครูบาเจ้าศรีวิชัย นำไปเผยแพร่ยังประเทศจีน อินเดีย ลาว เมียนมาร์ ศรีลังกา  เนปาล เขมรและประเทศที่เห็นสมควร เพื่อเป็นการประสานงานการประกาศเกียรติคุณที่สอดประสานกัน ทั้งในระดับพื้นที่ ภูมิภาคและระดับโลก อันเป็นหนทางที่จะทำให้ภารกิจของชาวพุทธในครั้งนี้ประสบความสำเร็จลงได้ คณะบุคคลดังกล่าวประกอบด้วย

1) ดร.ปรีชา  บัววิรัตน์เลิศ  สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะตัวแทน มูลนิธิอาจารย์วารินทร์  บัววิรัตน์เลิศ, มูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา และศิษยานุศิษย์ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนนำชุดเผยแพร่ และประกาศเกียรติคุณครูบาเจ้าศรีวิชัย  ไปมอบให้วัดในประเทศศรีลังกา

2)  คุณอุปกิต  ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภาและผู้มีประสบการณ์สูงด้านการต่างประเทศ  เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนชุดใหญ่ นำชุดเผยแพร่และประกาศเกียรติคุณครูบาเจ้าศรีวิชัย ไปมอบให้วัดในประเทศเมียนมาร์  ลาว และเขมร นอกจากนี้ ท่านยังมีความประสงค์ เป็นเจ้าภาพหล่อองค์บาเจ้าศรีวิชัยด้วยทองสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว จำนวน 3 องค์ เพื่อนำไปให้แก่ประเทศเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา เป็นการเฉพาะ และร่วมเป็นเจ้าภาพ ในการสร้างชุดบทสวดบารมี 30 ทัศ และบันทึกภาพและเสียงการสวดปารมี 30 ทัศ (ฉบับแปล 6 ภาษา) อีกส่วนหนึ่งด้วย

3)  ดร.ชัยณรงค์ ณ ลำพูน ประธานที่ปรึกษาสมาคมชาวลำพูน และ ดร.ดิเรก ก้อนกลีบ อดีต ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน จะเป็นคณะผู้แทนนำชุดเผยแพร่ประกาศเกียรติคุณครูบาเจ้าศรีวิชัย นอกจากนี้ยังร่วมหล่อองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว เพื่อนำไปมอบให้วัดในประเทศเมียนมาร์ (เมืองเชียงตุง)  อินเดีย เนปาลและนำชุดเผยแพร่ประกาศเกียรติคุณครูบาเจ้าศรีวิชัย ไปมอบให้วัดในประเทศอินเดีย เนปาล และร่วมเป็นเจ้าภาพในการสร้างชุดบทสวดบารมี 30 ทัศ (ฉบับแปล 6 ภาษา)  เพื่อเผยแพร่ไปยังนานาประเทศอีกด้วย

4) ดร.สาธิต วิทยากร และ นางสาวภีชญา กริ่มวงศ์รัตน์ เป็นเจ้าภาพร่วมหล่อพระปางรำพึงขนาดความสูง 170 เซนติเมตร จำนวน 2 องค์ องค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว จำนวน 2 องค์ รวมถึงเป็นหัวหน้ากลุ่มคณะผู้แทนนำชุดเผยแพร่ประกาศเกียรติคุณครูบาเจ้าศรีวิชัย  ไปมอบให้กับวัดในประเทศจีนและญี่ปุ่น

ในวันที่  16  ธันวาคม  2566  มูลนิธิอาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ  ภายใต้ร่มบารมีองค์หลวงปู่เฒ่าเกวลัน แห่งเทือกเขาหิมาลัย คณะศิษยานุศิษย์ รวมถึงมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา จัดพิธีพุทธาภิเษก  เถราภิเษก  องค์หล่อครูบาเจ้าศรีวิชัย  ชุด เผยแพร่เกียรติคุณครูบาเจ้าศรีวิชัย  (คาถาปารมี  30  ทัศ และคลิปการสวด  6 ภาษา)  ที่ข่วงพระเจ้าล้านนา  ตำบลดอนแก้ว  อำเภอแม่ริม  จังหวัดเชียงใหม่   ปากทางเข้าห้วยตึงเฒ่า โดยพระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย กรรมการมหาเถรสมาคม อธิบดีสงฆ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ  ประธานคณะกรรมการอบรมประชาชนกลาง  มาเป็นประธานในพิธีจุดเทียนชัย พร้อมประกอบพิธีมอบชุดเผยแพร่ประกาศเกียรติคุณให้กับตัวแทนธรรมทูต ในประเทศต่าง ๆ