ข่าวภาคเหนือ » มทภ.3 ประชุมคณะกรรมการฯ แก้ไขปัญหายาเสพติดภาคเหนือ 8 จังหวัดเข้าประชุมด่วน เร่งปราบยาเสพติด โดยเฉพาะลักลอบขนผ่านระบบโลจิสติกส์ ที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม ควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสารตั้งต้น

มทภ.3 ประชุมคณะกรรมการฯ แก้ไขปัญหายาเสพติดภาคเหนือ 8 จังหวัดเข้าประชุมด่วน เร่งปราบยาเสพติด โดยเฉพาะลักลอบขนผ่านระบบโลจิสติกส์ ที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม ควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสารตั้งต้น

29 สิงหาคม 2023
122   0

Spread the love

แม่ทัพภาค 3 ประชุมคณะกรรมการฯ แก้ไขปัญหายาเสพติดภาคเหนือ 8 จังหวัดเข้าประชุมด่วน เร่งปราบยาเสพติด โดยเฉพาะลักลอบขนผ่านระบบโลจิสติกส์ ที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม ควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมที่มีสารตั้งต้น

วันที่ 29 ส.ค. 66 พลโท สุริยะ เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 ประธานคณะกรรมการ ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ ได้เปิดการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ หน่วยงานฝ่ายทหาร ตำรวจ ปปส. หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมธาราทองโรงแรมเซ็นทาราริเวอร์ไซด์เชียงใหม่

พลโท สุริยะ เอี่ยมสุโร แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2566 ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศอ.ปส.ชน.) ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัดชายแดนภาคเหนือ ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และพะเยา โดยมีผลการตรวจยึด/จับกุม จำนวน 451 ครั้ง ผู้ต้องหา 496 ราย ตรวจยึด ยาบ้า 91,263,986 เม็ด, ไอซ์ 3,582.98 กก., เฮโรอีน 28.77 กก., ฝิ่นดิบ 270.87 กก., เคตามีน 363.25 กก. อีกทั้ง หน่วยยังได้ให้ความสำคัญในการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิต และการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์ ด้วย โดยได้ดำเนินการตรวจการนำเข้า และการใช้สารเคมีควบคุม ในโรงงานอุตสาหกรรม, การกวดขันการส่งออกสารเคมีผ่านด่านพรมแดน, ตรวจการขนส่งทางบกในห้วงเทศกาลสำคัญ, ตรวจสถานประกอบการรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ตลอดจนเชิญผู้ประกอบธุรกิจสถานประกอบการขนส่งสินค้า ร่วมประชุม หารือ ขอความร่วมมือ และกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

แม่ทัพภาคที่ 3 ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า การประชุมดังกล่าว เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดภาคเหนือ ทุกภาคีและเครือข่ายได้ร่วมมือ ร่วมใจ จนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ทำให้ยาเสพติดลดลง จับกุมเครือข่ายและขบวนการค้าได้มากขึ้น พร้อมให้ ป.ป.ส.และ ป.ป.ง. ดำเนินการยึดทรัพย์ พร้อมหาทางสกัดสารตั้งต้น หรือสารเคมีที่ลำเลียงผ่านประเทศ ไปสู่รัฐอิสระเพื่อนบ้าน โดยประสานความร่วมมือกรมโรงงานอุตสาหกรรม  กระทรวงอุตสาหกรรม ขึ้นบัญชีสารเคมีที่ใช้ผลิตยาเสพติด ว่าเป็นสารอันตรายไม่สามารถลำเลียง หรือขนส่งออกนอกประเทศได้ นอกจากนี้ต้องควบคุมบริษัทขนส่งพัสดุภัณฑ์ หรือโลจิสติกส์ ให้ตรวจสอบพัสดุก่อนลำเลียงไปส่งลูกค้า ถือเป็นความรับผิดชอบผู้ประกอบการ ถ้าไม่ให้ความร่วมมือ ถือว่ามีความผิด จะอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ ต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเข้มงวด

ในส่วนการบำบัดรักษาผู้เสพ ที่เคยใช้ยาเสพติด ต้องนำสู่ระบบเพื่อบำบัดรักษาและพัฒนาเป็นศูนย์บำบัดแบบครบวงจรให้ผู้เสพเลิกยาเสพติด มีทางรอด เพื่อประกอบอาชีพดูแลครอบครัว ได้ ถ้าเป็นพลทหาร ต้องเข้าสู่ระบบบำบัด ส่งเสริมพัฒนาไปสู่ทหารอาชีพด้วย ดังนั้นอยากให้เครือข่ายช่วยสนับสนุนตั้งศูนย์บำบัดมากขึ้น  ในปัจจุบันมีผู้เสพยาเสพติดที่อยู่ในระบบกว่า 400,000 คน ถ้ามีผู้เสพยาวันละเม็ดกว่า 6 ล้านคน ต้องซื้อยาเสพ 100,000 ล้านบาท/ปี จำเป็นต้องถอดบทเรียนเพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์ ตามกฎหมายฟอกเงิน และจับกุมเจ้าของ หรือผู้ผลิตรายใหญ่ รวมทั้งทุนสีเทา ที่ใช้วิธีฟอกเงินจากยาเสพติด อาทิ สถานบันเทิง บ่อนการพนัน ที่มีการเชื่อมโยงเครือข่ายดังกล่าว พร้อมเข้มงวดกับบัญชีม้า ที่มีการเปิดบัญชี 10 – 20 บัญชี ที่เข้าข่ายการฟอกเงินดังกล่าว โดยเฉพาะแหล่งอบายมุข ที่เกี่ยวข้องยาเสพติดโดยตรง ซึ่งขบวนการค้าดังกล่าว ได้เปลี่ยนวิธีรูปแบบการฟอกเงินจากเงินสด ไปเป็นเงินสกุลดิติทัลและทองคำมากขึ้น จำเป็นต้องติดตามเส้นทางการเงินดังกล่าว เพื่อขยายผลการยึดทรัพย์ตามลำดับ

พล.ท.สุริยะ กล่าวอีกว่า ช่วง 11 เดือนของปีงบประมาณ 2566 การสกัดกั้นยาเสพติดอยู่ในระดับที่น่าพอใจกว่า 80% โดยเฉพาะกองกำลังผาเมือง ที่สกัดกั้นอย่างได้ผล ที่จับกุมผู้ค้า และจำนวนยาเสพติดได้จำนวนมาก พร้อมร่วมมือกับเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว ร่วมมือลาดตระเวนลำน้ำโขง อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางส่วนได้ทะลักเข้าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือดังนั้นต้องประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือประชาชน ช่วยกันสอดส่องดูแลคนในครอบครัว และชุมชน เพื่อห่างไกลยาเสพติดด้วย   ส่วนผลงานและแผนปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดในปี 2567 ได้ถอดบทเรียนและจัดทำแผนสกัดกั้นอย่างต่อเนื่องโดยนำเสนอนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) พิจารณาเห็นชอบ และสั่งการต่อไป.